รู้จัก...ความดันโลหิต เพชฌฆาตเงียบทำลายหัวใจ
  • บทความ
  • โพสต์เมื่อ 30 พฤษภาคม 2565
  • อ่านแล้ว 244 คน
รู้จัก...ความดันโลหิต เพชฌฆาตเงียบทำลายหัวใจ

      ความดันโลหิต ภัยเงียบที่คุณไม่รู้ตัว แม้ว่าในปัจจุบันเราจะมีความรู้เกี่ยวกับกับสุขภาพกันมากขึ้น ตื่นตัวในเรื่องการออกกำลังกายดูแลตัวเองให้สุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ แต่ก็มีโรคที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี นั้นคือ “โรคความดันโลหิต” นั้นเอง เจ้าโรคนี้ถือเป็นภัยเงียบที่ทุกคนสามารถเป็นกันได้ในทุกช่วงอายุวัย และยังมีความอันตรายต่อสุขภาพร่างกายของเราเป็นอย่างมากอีกด้วย มาทำความรู้จักโรคความดันโลหิตอาการเป็นอย่างไร และวิธีสังเกตว่าใช่เราหรือเปล่าพร้อมวิธีป้องกันเจ้าโรคความดันโลหิตนี้กันดีกว่า
 
รู้จักโรคความดันโลหิต
      ความดันโลหิต คือ ค่าความดันภายในหลอดเลือดแดงที่เกิดจากการบีบตัวของหัวใจ เพื่อส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายเรา โดยแบ่งออกเป็น 2 ค่า ประกอบด้วยดังนี้

  1. ค่าความดันโลหิตตัวบน (Systolic Blood Pressure) คือค่าความดันโลหิตที่เกิดขึ้นในขณะที่หัวใจบีบตัว
  2. ค่าความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) คือค่าความดันของเลือดในขณะที่หัวใจคลายตัว 
โดยทั่วไปค่า ความดันโลหิตเกณฑ์ปกติ จะอยู่ที่ 120/80 (mm/Hg) แต่หากค่าความดันแต่งต่างจากนี้ 
  • ระดับที่ 1 ความดันโลหิตค่อนข้างสูง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ 121-139/80-89 (mm/Hg)
  • ระดับที่ 2 ความดันโลหิตสูงมาก คือ ความดันโลหิตตัวบนมากกว่า (หรือเท่ากับ) 140 (mm/Hg) และตัวล่างมากกว่า (หรือเท่ากับ) 90 (mm/Hg)
  • ระดับที่ 3 ความดันโลหิตระดับอันตราย 160/100 (mm/Hg)
       ค่าความดันโลหิตสูงระดับอ่อนหรือปานกลาง มักจะไม่แสดงอาการอะไรในผู้ป่วยแต่เราควรต้องเฝ้าระวัง และมั่นคอยตรวจเช็คความดันเป็นระยะๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของเรา หรือมีเครื่องวัดความดันติดไว้ที่บ้านก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยเช็คสุขภาพได้ตลอดเวลา เช่นกัน

(ตัวย่อบนเครื่องวัดความดัน หมายถึง SYS คือค่าความดันขณะหัวใจบีบ / DIA คือค่าความดันขณะหัวใจคลาย / PUL คือชีพจรหรืออัตราการเต้นของหัวใจ)
       
      ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วค่าความดันปกติของประชากรไทยตัวบนจะอยู่ในช่วงไม่เกิน 140 และค่าตัวล่างไม่เกิน 90 มิลลิเมตรปรอท หากเกินกว่านี้ถือว่าดันโลหิตสูง

สาเหตุการเป็นความดันโลหิตสูง และความดันโลหิตต่ำ
       ในปัจจุบันพบว่าคนที่มีความเสี่ยงเป็นความดันโลหิตสูงมีอายุน้อยลงเลื่อยๆ ซึ่งโดยปกติผู้ที่มีอาการความดันโลหิตสูงมักจะตรวจไม่พบสาเหตุ แต่หากมีการตรวจพบมักมีสาเหตุมาจากโรคหรือภาวะอื่น ๆ เช่น โรคไต หลอดเลือดแดงตีบ หลอดเลือดไตตีบ เกิดเนื้องอกบริเวณต่อมใต้สมองและต่อมหมวกไต เป็นต้น นอกจากนี้ยังเกิดจากพฤติกรรมหรือสาเหตุเสี่ยง ได้แก่ การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ออกกำลังกาย การเป็นโรค เช่น โรคไตเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคอ้วน เป็นต้น การรับประทานอาหารที่มีรสเค็มมากเกินไป ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และพันธุกรรม เป็นต้น
 
ลักษณะอาการของโรคความดันโลหิต
      โดยลักษณะทั่วไปภาวะความดันโลหิตสูงมักจะไม่แสดงอาการใดๆ แม้ว่าค่าความดันจะสูงเกินระดับปกติก็ตาม แต่หากอยู่ในภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ผู้ป่วยจะมีอาการเกิดขึ้นชั่วคราว ดังนี้
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลมกะทันหัน
  • ใจเต้นแรง ใจสั่น
  • ตาพร่าเบลอ
  • คลื่นไส้
  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
  • กระหายน้ำ
      นอกจากนี้ยังมีอาการหน้ามืดเมื่อมีการเปลี่ยนท่านั่ง หรือท่ายืนกะทันหัน ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยการป้องกันได้ด้วยการยกศีรษะสูงขณะนอน และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดอาการแย่ลง เช่น การนอนนาน ๆ การลุก หรือนั่งอย่างรวดเร็ว การอาบน้ำอุ่นจัด เป็นต้น
 
วิธีป้องกันความดันโลหิตสูงเบื้องต้นด้วยตนเอง
       ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน เชื้อชาติใด อายุเท่าไร ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นผู้ป่วยความดันโลหิตสุงได้ทั้งนั้น ฉะนั้นเราสามารถป้องกันการเกิดอาการเหล่านี้ได้ด้วยตนเองเบื้องต้นง่ายๆ เพียงแค่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้มั่นดูแลตัวเองมากขึ้น แทนที่จะพึงพาอาศัยยารักษาเมื่อเป็นความดันโลหิตสูงไปแล้วนั้นเอง
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยเลือกการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • เลือกทานอาหารที่มีความมัน,ความเค็มให้น้อยลง เพิ่มปริมาณผักผลไม้ให้มากขึ้น
  • ลดการดื่มแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุรี่(ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดต่อปอด หัวใจ และหลอดเลือด)
  • บริหารจัดการเรื่องความเครียดของตัวเราเอง โดยการหากิจกรรมทำเพื่อผ่อนคลาย
**ปรึกษาแพทย์หากต้องมีการใช้ยา เพราะยาบางชนิดทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
เตรียมตัวก่อนวัดความดันด้วยตนเองที่บ้าน
  1. ไม่ดื่มชา กาแฟ สูบบุหรี่ หรือออกกำลังกายก่อนทำการวัด 30 นาที
  2. ก่อนทำการวัดควรถ่ายปัสสาวะให้เรียบร้อย
  3. นั่งเก้าอี้โดยให้หลังพิงพนัก เพื่อไม่ให้หลังเกร็งเท้าทั้ง 2 ข้าง วางราบกับพื้น เพื่อให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายเป็นเวลา 5 นาที ก่อนวัดความดันโลหิต
  4. วัดความดันโลหิตในแขนข้างที่ไม่ถนัด หรือข้างที่มีความดันโลหิตสูงกว่า โดยวางแขนให้อยู่ในระดับเดียวกันกับหัวใจ
  5. ขณะวัดความดันโลหิตไม่กำมือ ไม่พูดคุยหรือขยับตัว
 
      จากที่กล่าวมาทั้งหมด เราพอจะรู้กันแล้วว่าโรคความดันโลหิตสูง นี้เป็นภัยเงียบที่น่ากลัว และอันตรายต่อ สมอง ไต และหัวใจของเราเป็นอย่างมาก การที่เราได้ตรวจเช็คค่าความดันของเราอย่างสม่ำเสมอเป็นโอกาสที่ดี ในการเตรียมตัวป้องกัน และรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ อาจจะต้องเลือกเครื่องวัดความดันที่มีคุณภาพ วัดค่าได้ตรงแม่นยำ และได้มาตรฐาน

      PPEMATE ขอแนะนำ Beurer ผลิตภัณฑ์คุณภาพผู้นำเรื่องสุขภาพ จากประเทศ เยอรมัน และได้รับการรับรองมาตรฐานสากล
คลิกเลือกเลย!! รวมให้แล้ว เครื่องวัดความดันโลหิตและชีพจร หน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอล ล้ำสมัย

อีกช่องทางสอบถาม หรือขอใบเสนอราคา
https://www.facebook.com/PPEMATE.Safety
Line : @ppemate หรือคลิก https://lin.ee/yyfFLmS

เรียบเรียบโดย : Napat.k
 
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่นี่

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีสำหรับคุณ
หากคุณยังคงใช้งานบนเว็บไซต์ต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับใน นโยบายความเป็นส่วนตัว